ตอนนี้จัดทำเวปใหม่แล้วครับ...เข้าไปได้ใน

 www.moomsci.com  ได้มีการจัดรูปแบบไว้ดีกว่าที่นี่ครับ..

เชื้อ MRSA

 

เป็นเชื้อแบคทีเรียที่พบบริเวณผิวหนังและภายในโพรงจมูกของบุคคลทั่วไป รูปร่างกลมมีการจัดเรียงตัวคล้ายพวงองุ่น ติดสีแกรมบวก บางครั้งเชื้อนี้ก่อให้เกิดโรคและพบว่าเป็นสาเหตุของการติดเชื้อที่ผิวหนังได้บ่อยที่สุดในบรรดาเชื้อก่อโรคทั้งหลาย การติดเชื้อส่วนใหญ่ถือว่าไม่รุนแรง เช่น อาจเกิดเป็นลักษณะของหนองฝีติดเชื้อ และส่วนใหญ่หายเองได้โดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตามเชื้อ Staphylococcus aureus อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อที่รุนแรงได้เหมือนกัน เช่น การติดเชื้อที่แผลผ่าตัด หรือปอดอักเสบติดเชื้อ ที่ผ่านมาแพทย์รักษาภาวะติดเชื้อ S. aureus ชนิดรุนแรงด้วยยาในกลุ่ม penicillin แต่ปรากฏว่าในระยะหลังพบเชื้อ S. aureus ดื้อยามากขึ้นเรื่อยๆ จึงเรียกเชื้อที่ดื้อยาเหล่านี้ว่า methicillin-resistant Staphylococcus aureus หรือ MRSA

 

 

กลไกการดื้อยาและการควบคุมทางพันธุกรรมของเชื้อ MRSA

 

กลไกการดื้อยา

 

เชื้อ MRSA ดื้อต่อยา methicillin โดยการสร้าง penicillin-binding protein (PBP) ที่ผิดปรกติคือ PBP2a PBP2a มี affinity ลดลงต่อ methicillin และยากลุ่มเบต้าแลคแทม และ PBP2a นี้จะ take over หน้าที่ของ PBP ตัวอื่นที่ปรกติของเชื้อด้วย การสร้าง PBP2a กำกับโดยยีน mecA เชื้อที่ดื้อยาด้วยกลไกแบบนี้เป็น true MRSA เชื้อเหล่านี้ดื้อต่อ methicillin ในระดับสูง และมีการแสดงออกของการดื้อยาได้ 2 แบบคือ heterogeneous หรือ homogeneous

 

ยังมีรายงานการพบเชื้อ MRSA ที่ดื้อต่อ methicillin ในระดับต่ำ โดยเชื้อมี MIC เพียง 4 mg/ml เชื้อเหล่านี้ไม่มียีน mecA แต่พบว่าเชื้อสร้างเอนไซม์เบต้าแลคทาเมส (b-lactamase) มากเกิน (hyperproduce) เอนไซม์นี้สามารถย่อยสลาย penicillin ได้อย่างรวดเร็วและสามารถสลาย methicillin และยากลุ่ม isoxazolyl penicillin ได้บางส่วน เมื่อนำเชื้อมาทดสอบกับสารต้าน b-lactamase ร่วมกับ b-lactam เชื้อจะกลับมาไวต่อ b-lactam เชื้อกลุ่มนี้เรียกว่า borderline-resistant S. aureus (BORSA)

 

นอกจากนั้น ยังพบว่า MRSA บางตัวที่ดื้อยาระดับต่ำและไม่มียีน mecA แต่มีการสร้าง PBP4 เพิ่มขึ้น ร่วมกับการมี PBP1 และ PBP2 (PBP ปรกติ) ลดลง บางสายพันธุ์มีการกลายพันธุ์ของ PBP2 กลไกเหล่านี้ทำให้ affinity ของ b-lactam ต่อ PBP ปรกติลดลง เชื้อกลุ่มนี้อาจเรียกว่า modified-resistant S. aureus (MODSA) เชื้อ BORSA และ MODSA ดื้อต่อยากลุ่ม b-lactam เพียงอย่างเดียว 

 

 

 

การแสดงออก(expression) ของการดื้อยา

 

เชื้อ ture MRSA มีความแตกต่างในการแสดงอกของการดื้อยาในแต่ละสายพันธุ์ พบการแสดงออก 2 แบบ คือ

 

1. Heterotypic expression การแสดงออกแบบนี้เชื้อส่วนใหญ่ในประชากรของเชื้อจะดื้อยาระดับต่ำ มีเพียงส่วนน้อย(0.01%-0.1%) จะดื้อยาในระดับสูง (มี MIC ต่อ oxacillin > 10 mg/ml)

 

2. Homotypic expression การแสดงออกแบบนี้เชื้อส่วนใหญ่หรือทั้งหมดของเชื้อจะดื้อยาในระดับสูง

 

อย่างไรก็ตาม พบว่าปริมาณของ PBP2a ไม่สัมพันธ์กับระดับการแสดงออกทาง phenotype ของ MRSA พบว่าการ inactivate ที่ transposon ทำให้มีการลดระดับของการดื้อยา หรือการที่เชื้อมีการแสดงออกแบบ homotypic กลายเป็น heterotypic บริเวณดังกล่าวของ transposon อยู่นอก mec region และเป็น auxiliary ยีนในตระกูล fem (factor essential for the expression of methicillin resistant) การทำงานของยีนตระกูล fem ซึ่งประกอบด้วย femA, femB, femC, femD, femE และ femF เกี่ยวข้องกับการแสดงออกของการดื้อยาใน MRSA

 

เชื้อที่มียีน mecA, mecR1 และ mecI แต่ยีนไม่แสดงออกของการดื้อยาเรียกว่าสายพันธุ์ pre-MRSA เชื้อ MRSA ร้อยละ 90 สร้าง enzyme b-lactamase ร่วมด้วย สายพันธุ์เหล่านี้ดื้อต่อยากลุ่ม penicillin นอกจากนั้น การศึกษาในระยะหลังพบว่าเชื้อ MRSA ที่เปลี่ยนจาก heterotypic ไปเป็น homotypic นั้นมีความเกี่ยวข้องกับยีนที่ควบคุมการสร้างผนังเซลล์ และเชื้ออาจเป็น hypermutator (มีการกลายพันธุ์เร็วกว่าสายพันธุ์ปรกติ) นอกจากนั้น พบว่าการดื้อยา vancomycin เกิดได้ใน MRSA ที่เป็น hypermutator มากกว่าสายพันธุ์ปรกติ

 

 

การควบคุมทางพันธุกรรม

 

PBP2a มีการควบคุมโดยยีน mecA ในอดีตพบว่ายีน mecA อยู่ใน chromosome ของเชื้อและทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องเรียกว่า mec locus ใน ค.ศ. 1999 Ito และคณะพบว่าส่วนดังกล่าวเป็น mobile genetic element ให้ชื่อว่า staphylococcal cassette chromosome mec (SCCmec) ยังเป็นส่วนหนึ่งของ genomic island ซึ่งประกอบด้วย element อื่นอีกนอกจากยีนที่กำกับการดื้อยา เช่น ยีนที่กำกับปัจจัยความรุนแรง (virulent factor) ของเชื้อ เป็นต้น SCCmec มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ยิ่ง SCCmec มีขนาดใหญ่ก็ยิ่งบรรจุส่วนประกอบต่างๆไว้มาก และแสดงถึงการมีวิวัฒนาการเนิ่นนาน

 

จากการศึกษาจนถึงปัจจุบัน พบว่า SCCmec จากเชื้อ MRSA มีอยู่ 4 ชนิด (type) เรียกชื่อเป็นตัวเลขและเรียงลำดับตามเวลาของการค้นพบ ทั้ง 4 ชนิดดังกล่าวคือ type I, type II, type III และ type IV

 

SCCmec type I มีขนาดเล็ก (34 kb) พบเมื่อปี ค.ศ. 1961 ในสหราชอาณาจักรเป็น archaic type มียีนอยู่น้อยชนิด

 

SCCmec type II และ III มีขนาดใหญ่ (55-62 kb) พบใน hospital-aquired MRSA (HA-MRSA) มียีนอยู่มาก และเป็นยีนกำกับการดื้อยาหลายชนิด (multidrug resistance,MDR)

 

SCCmec type IV ได้รับการค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 2002 มีขนาดเล็ก (20-24 kb) และเหมือนกับ SCCmec type I คือมียีนบรรจุน้อย และยีนกำกับการดื้อยาก็น้อยด้วย พบใน community-aquired MRSA (CA-MRSA)

 

จะเห็นได้ว่าชนิดของ SCCmec นี้สามารถบอกได้ว่า MRSA เป็นชนิด HA-MRSA หรือ CA-MRSA และสะท้อนให้เห็นถึงแบบแผนการดื้อยาด้วย

 

รบกวนเข้าไปใน  http://moomsabuy.exteen.com/20080213/by  ด้วยครับ

edit @ 21 Jan 2008 09:47:52 by กะทะเหล็ก

edit @ 13 Feb 2008 11:58:17 by กะทะเหล็ก

edit @ 16 Jun 2008 17:26:45 by กะทะเหล็ก

edit @ 21 Jun 2008 18:52:05 by กะทะเหล็ก

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

#1 By (203.113.57.7) on 2007-06-10 13:17

ใจจ้า

#2 By อิอิ (202.28.27.6) on 2008-01-20 21:08

ขอบคุณนะ กะลังต้องการพะดีเลยopen-mounthed smile

#3 By victorea (202.28.77.34) on 2008-02-05 21:05

ขอบคุครับ กำลังหาอยู่เลย ละเอียดอยุ่ครับ

#4 By PuTuChOn_SuMMeR (124.121.126.9) on 2008-02-11 21:19

ดีจังค่ะ

#5 By midori (61.7.182.82) on 2008-03-17 23:22