ตอนนี้จัดทำเวปใหม่แล้วครับ...เข้าไปได้ใน

www.moomsci.com  ได้มีการจัดรูปแบบไว้ดีกว่าที่นี่ครับ.. 

การตรวจสอบหาชนิด หรือ การจัดจำแนกชนิด ( Identification )

 

การตรวจสอบหาชนิด หมายถึง การกระทำเปรียบเทียบสิ่งที่ไม่รู้จักกับสิ่งที่รู้จักแล้ว การเทียบเคียงถือว่าเป็นภาคปฏิบัติของการจัดจำแนกและการให้ชื่อ เช่น การตรวจสอบแบคทีเรียที่เราสนใจว่าจะจัดเข้าหมวดหมู่ใดในระบบการจัดจำแนก จากใหญ่ไล่ไปหาเล็ก

 

 

การเตรียมเชื้อแบคทีเรียเพื่อการ Identifide

 

1. ต้องทำให้เป็นเชื้อบริสุทธิ์ (pure culture) ก่อน ส่วนใหญ่ใช้ non-selectve media และไม่ทำการ subculture ทันที เมื่อเชื้อเจริญบนจานเพาะเชื้อดังกล่าว เพราะอาจมีเชื้อแบคทีเรียอื่นที่ปนเปื้อนมาซึ่งเจริญได้ช้า ทำให้เกิดการผิดพลาดได้

 

2. ในการทดสอบต่าง ๆ จะใช้ fresh culture เสมอ สารบ่มขึ้นกับชนิดของเชื้อ

 

3. อาหารที่ใช้ทดสอบและน้ำยาทดสอบชนิดต่าง ๆ ควรมีการทดสอบประสิทธิภาพก่อนการใช้ ว่ายังไม่เสื่อมสภาพ มีผล positive และ negative ไว้เปรียบเทียบ

 

4. การเก็บ unknow เป็น stock culture เพื่อการศึกษาตลอดการทดลอง ควรเก็บ stok ตั้งแต่ช่วงแรกของการทดลอง เนื่องจากถ้าเกิดการ subculture เชื้อไปหลาย ๆ ครั้ง ในระหว่างทดลองอาจเกิดการผันแปรทางพันธุกรรมของเชื้อได้ (genetic variation)

 

หลักเกณฑ์ในการจัดหมวดหมู่แบคทีเรีย

 

การจัดจำแนกแบคทีเรียตามวิธีของ Bergey นั้นพยายามหารายละเอียดข้อแตกต่างระหว่างแบคทีเรียให้มากที่สุด พอสรุปเป็นข้อๆได้ดังนี้

 

1. คุณสมบัติความต้องการอาหาร ( Nutritional requirement )

 

แบคทีเรียมีความต้องการอาหารแตกต่างกันมาก บางชนิดต้องการอาหารที่ซับซ้อน แต่บางชนิดสามารถเจริญได้ในอาหารง่ายๆ ได้ แบคทีเรียเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ทุกรูปแบบ ลักษณะการดำรงชีวิตแบ่งตามความต้องการแหล่งพลังงาน และแหล่งคาร์บอน ได้เป็น 4 ประเภท ตามตาราง

 

 

Type

 

Energy source

 

Carbon source

 

Member

 

Photolithotroph

 

(Photoautotroph)

 

light

 

CO2

 

Photosynthetic

 

Sulfur bacteria

 

Photoheterotroph

 

light

 

Organic matter

 

Purple photosyn thetic bacteria

 

Chemolithotroph

 

(Chemoautotroph)

 

Inorganic matter

 

CO2

 

Hydrogen bacteria

 

Chemoheterotroph

 

Organic matter

 

Organic matter

 

Most organism

 

 

2. ความต้องการทางด้านกายภาพ (Physical requirement)

 

ได้แก่ สภาพแวดล้อมทางกายภาพที่เกี่ยวข้องกับการเจริญของแบคทีเรีย เช่น อุณหภูมิ อากาศ แสงแดด ความเป็นกรด-ด่าง ความต้องการแก๊สบางชนิด เป็นต้น สภาพทางกายภาพสามารถใช้จัดหมวดหมู่ของแบคทีเรียได้ เช่น แบคทีเรียที่สามารถเจริญได้ในบรรยากาศที่มีออกซิเจน เรียกว่า aerobic bacteria ถ้าไม่สามารถเจริญในบรรยากาศที่มีออกซิเจน เรียกว่า anaerobic bacteria หรือถ้าหากสามารถเจริญได้ทั้งสองลักษณะ เรียกว่า facultative anaerobic bacteria หรือถ้าเจริญได้ดีในที่มีออกซิเจนเล็กน้อย เรียกว่า Microaerophilic bacteria ถ้าดูที่อุณหภูมิก็อาจแบ่งออกได้เป็น 3 พวก คือ พวกที่ชอบเจริญในอุณหภูมิสูง เรียกว่า thermophilic bacteria ถ้าสามารถเจริญในที่ที่มีอุณหภูมิปานกลางเรียกว่า mesophilic bacteria และถ้าสามารถเจริญในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำๆเรียกว่า psychrophilic bacteria เป็นต้น

 

3. ลักษณะการเจริญบนอาหารที่เพาะเลี้ยง (Cultural characteristic)

 

จากเซลล์หนึ่งเซลล์ของแบคทีเรียจะเจริญรวมเป็นกลุ่มก้อนเรียกว่า โคโลนี (colony) จนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ ทำให้สามารถศึกษาลักษณะของเชื้อจากโคโลนี เช่นความวัน ความด้าน ใส ขุ่น ทึบ ทำให้รงควัตถุเป็นเม็ดละเอียดหรือหยาบ ขอบเขตการเจริญกระจายออกหรือเป็นจุดเล็กๆ มีลักษณะขอบเรียบหรือขรุขระ เป็นเมือกหรือแห้ง หรือเป็นเกล็ด เป็นต้น

 

4. คุณสมบัติทางสัณฐานวิทยา (Mophological characteristic)

 

เป็นคุณสมบัติที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ต้องส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ และแบคทีเรียโดยทั่วไปคือพวกที่อยู่ในอันดับ Eubacteriales ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่เราศึกษากันมากที่สุด มีขนาดเป็นไมครอน ต้องใช้กำลังขยายประมาณ 1000 เท่า จึงจะเห็นรูปร่างได้ว่า เป็นแท่ง ทรงกลม หรือ เกลียว มีการจัดเรียงตัวแบบไหน รวมทั้งศึกษาดูว่าแบคทีเรียมีการจัดสร้างสปอร์ สร้างแคปซูล และดูชนิดของแฟลกเจลลา แต่ถ้าจะศึกษาถึงโครงสร้างภายในเซลล์ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน

 

5. คุณสมบัติทางชีวเคมี (Biochemical characteristic)

 

แบคทีเรียแต่ละชนิดมีความสามารถในการย่อยสารอาหารต่างกันมาก การศึกษาดูการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีที่เกิดขึ้น โดยการเลี้ยงในอาหารเลี้ยงเชื้อชนิดต่างๆที่มีความจำเพาะของสารอาหาร ธาตุอาหารบางอย่างแล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอาหารเลี้ยงเชื้อนั้น เช่น การเปลี่ยนสีของอาหารเลี้ยงเชื้อ การเกิด กรด ด่าง การเกิดแก๊ส เกิดสารบางชนิด เป็นต้น

 

6. คุณสมบัติของส่วนประกอบทางเคมี (Chemical composition characteristic)

 

ปัจจุบันมีเทคนิคใหม่ๆที่สามารถแยกโครงสร้างต่างๆของเซลล์ได้ และในแบคทีเรียก็มีการศึกษามากเช่นกัน เช่น พบว่าแบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบมีส่วนประกอบทางเคมีของผนังเซลล์แตกต่างกัน ศึกษาดูสารพันธุกรรม และสารที่เป็นส่วนประกอบของเซลล์

 

7. คุณสมบัติการเป็นแอนติเจน

 

ศึกษาถึงคุณสมบัติของแบคทีเรียเกี่ยวกับปฏิกิริยาแอนติเจน-แอนติบอดี ดูความสามารถของแบคทีเรียในการเป็นแอนติเจน โดยการฉีดแบคทีเรียเข้าไปในร่างกายของสัตว์ทดลอง แล้วตรวจสอบว่ามีแอนติบอดีเกิดขึ้นในซีรัมหรือไม่ ซึ่งปฏิกิริยานี้มีความจำเพาะเจาะจงสูง

 

8. คุณสมบัติทางพันธุกรรม (Genetic characteristic)

 

การจัดจำแนกที่ถือว่าสมบูรณ์ที่สุดควรจะศึกษาเกี่ยวกับสารพันธุกรรม เพื่อการจัดจำแนกแบคทีเรียเพื่อให้เข้าใกล้ระบบธรรมชาติมากที่สุด โดยจะมีการศึกษา 2 วิธี คือ การวิเคราะห์ปริมาณของกรดนิวคลีอิก โดยการหาปริมาณกัวนินและไซโตซีนในเซลล์ และการหาความสัมพันธ์ของปฏิกิริยาระหว่าง DNA กับ DNA หรือ DNA กับ RNA ของแบคทีเรียต่างชนิดกัน

 

ขั้นตอนการจัดจำแนกของเชื้อแบคทีเรีย

 

หลักโดยทั่วๆไป

 

1. แยกเชื้อให้บริสุทธิ์

 

2. ย้อมสีแกรม ทำให้ง่ายต่อการ identified มากขึ้น

 

3. ศึกษาลักษณะโคโลนีบนอาหาร NA หรือบน Selective media อื่นๆ เช่น SS agar Blood agar MacConkey gar วัดขนาด ดูการจัดเรียงเซลล์

 

4. ดูการเคลื่อนที่ ( motility ) บน semi solid

 

5. ดูการสร้าง catalase ทดสอบภายในระยะเวลา 1 2 ชั่งโมงได้

 

6. ดูกาสร้าง Oxidase ทดสอบภายในระยะเวลา 1 2 ชั่วโมงได้

 

7. O F test ดูการเจริญว่าเจริญได้หรือมี metabolism สภาพใด

 

8. ทดสอบชีวเคมีแบบอื่นๆ ตามความเหมาะสม

 

9. ความสามารถในการใช้น้ำตาลชนิดต่างๆ เป็นแหล่งคาร์บอน สามารถหมักน้ำตาลและเกิดกรด และ gas ( ขบวนการเมตาบอลิซึม )

 

10. คุณสมบัติทางเคมี ดูองค์ประกอบของเซลล์ เช่น ผนังเซลล์

 

11. การหาคุณสมบัติของ DNA เช่น หาปริมาณ G และ C

 

ขนาดของ genome และความสัมพันธ์ของ DNA ในการจับคู่กันใหม่ภายใต้สภาวะที่เหมาะและไม่เหมาะสม ตลอดจนความสามรถในการทนต่อความร้อน

 

หลักการ identified 

 

1. การใช้แหล่งคาร์บอนเป็นแหล่งพลังงาน เช่น Phototrophic, Chemoorganotrophic เป็นต้น

 

2. ความต้องการออกซิเจนเพื่อการดำรงชีวิต aerobic, anaerobic, microaerophilic, facultative anaerobe

 

3. การติดสีแกรมม, รูปร่างของเซลล์ (สามารถจัดเข้าแต่ละกลุ่มได้)

 

4. special morphology เช่น การสร้างสปอร์, การสร้างเมือก, cyst , การแตกกิ่งก้านและการสร้างวุ้น เป็นต้น

 

5. การจัดเรียงเซลล์ เช่น อยู่เป็นกลุ่ม, chain , ดูการเคลื่อนที่

 

6. การทดสอบทาง physiology ที่สำคัญ 3 test (ทำได้รวดเร็ว) คือ oxidase test, catalase test, O-F test

 

7. special physiology เช่น nitrogen fixing การสร้าง pigment การเจริญในอาหารที่มีเกลือเข้มข้น

 

8. ทำ biochemical test อื่น ๆ ที่จำเป็น ไม่ควรสุ่มทำหลายชนิดมากเกินไป

 

9. นำไปเทียบกับ type strains หรือ strain ที่ทราบชื่อแล้ว

 

10. ถ้าเป็น pathogenic bacteria ก็อาจมีการทดสอบที่จำเพาะลงไป เช่น การทดสอบการทำปฏิกิริยากับ serum ส่วนใหญ่ใช้ศึกษากับเชื้อแบคทีเรียในกลุ่ม gram negative rods, entoric bacteria หรืออาจทดสอบ agglutination โดยใช้ polyvalent sallmonella serum เป็นต้น

 

11. เพื่อให้ได้ข้อมูลของที่ละเอียดมากขึ้น อาจศึกษาคุณสมบัติทางเคมี ดูองค์ประกอบของเซลล์ เช่น ผนังเซลล์

 

12. การหาคุณสมบัติของ DNA เช่น หาปริมาณกวานีน และไซโตซีน (% GC) ขนาดของ genome และความสัมพันธ์ของ DNA ในการจับคู่กันใหม่ภายใต้สภาวะที่เหมาะสมและไม่เหมาะสม (DNA hybridization) ตลอดจนความสามารถในการทนความร้อน

 

 

แนวทางในการ identified unknow

 

 

Specimen ส่วนใหญ่ใช้กับ pathogenic bacteria)

 

 

 

 

MacConkeys agar Blood agar

 

 


Ferment lactose non-ferment lactose Proteus species Pseudomonas

 

( FL ) หรือ ( LF ) ( NFL ) หรือ ( NLF ) ( โคโลนีจะแผ่บน (จะเกิด hemolysis )

 

( โคโลนีจะมีสีชมพู ) ( โคโลนีจะมีสีชมพูซีด ) ผิวหน้าวุ้น )

 

 


- E. coli - Shigella species

 

- Kleberobacter species - Salmonella species

 

- Enterobacter species - Pseudomonas species

 

- Serratia species

 

- Citrobacter species

 

 

จากนั้นลง biochem test จากนั้น test การใช้น้ำตาล

 

เช่น IMVIC test เช่น กลูโคส ฟรุคโตส

 

Urease ส่วนใหญ่ไม่ ferment น้ำตาล

 

TSI และ oxidase เป็น positive

 

LIA

 

Motile ( อาจลงใน SIM media คือ Sulfide indole - motile oxiase )

 

 

ถ้าต้องการขอมูลอันใดสอบถามได้ครับ

 

รบกวนเข้าไปใน  http://moomsabuy.exteen.com/20080213/by  ด้วยครับ

edit @ 13 Feb 2008 12:06:14 by กะทะเหล็ก

edit @ 16 Jun 2008 17:30:33 by กะทะเหล็ก

edit @ 21 Jun 2008 18:58:46 by กะทะเหล็ก

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เราจะสอบเรื่องนี้วันเสาร์หน้าพอดีเลยแฮะ...
ไหนๆก็ไหนๆ ขอถามเลยล่ะกัน เกี่ยวกับการวินิจฉัย/จำแนกเชื้อแบคทีเรียก่อโรคโดยการทดสอบกับ catalase และ oxidase...

แล้ว catalase กับ oxidase เอาไปใช้ในปฏิกิริยาอะไรในแบคทีเรียน่ะ แอบสับสน ไม่รู้จะจำยังไง

จริงๆเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่มากมาย แต่ที่เราปวดหัวกับวิชาตัวนี้ที่สุดคือการจำชื่อยาต้านแบคทีเรียน่ะ เยอะชะมัด

#1 By kororo on 2007-01-15 21:39

เป็นสารเคมีที่ใช้ในการทดสอบ Catalase test ซึ่งเป็นการทดสอบเพื่อจัดจำแนกแบคทีเรียที่สามารถผลิตเอนไซม์ Catalase โดยปกติในกระบวนการหารใจแบบใช้ออกซิเจน อะตอมของไฮโดรเจนจะรวมตัวกับออกซิเจน ทำให้เกิดไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) ซึ่งเป็นอันตรายต่อเซลล์ แต่แบคทีเรียส่วนใหญ่สามารถผลิตเอนไซม์ Catalase เพื่อย่อยสลายไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) ให้ก๊าซออกซิเจนและน้ำ ดังสมการข้างล่าง

Catalase
2 H2O2 2 H2O + O2
ดังนั้นการทดสอบว่าแบคทีเรียสามารถผลิตเอนไซม์ Catalase หรือไม่ ทำได้โดยการใส่ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) ลงในอาหารเลี้ยงเชื้อ แล้วสังเกตดู ถ้าให้ก๊าซแสดงว่าให้ผลบวก
การทดสอบนี้มีประโยชน์ในการจำแนกแบคทีเรียกลุ่ม Staphylococcus. ออกจากกลุ่ม Streptococcus spp. โดยที่ Staphylococcus. สามารถผลิตเอนไซม์ catalaseได้ขณะที่ Streptococcus spp.ไม่สามารถผลิตเอนไซม์ catalaseได้

oxidase test เป็นการตรวจสอบความสามารถในการสร้างเอนไซม์ oxidase โดย cytochrome oxidase ซึ่ง cytocrome C จะถ่ายทอดอิเล็กตรอนจาก ไปยังออกซิเจนซึ่งเป็นตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้ายในกระบวนการถ่ายทอดอิเล็กตรอน ใช้จำแนกแบคทีเรียพวกที่มี cytocrome oxidase กับพวกที่ไม่มี cytochrome oxidase
การพบเอนไซม์ oxidase เกิดจากการฉีดสารละลายผสมของ α-naphtol และ p-phenylene diamine เข้าไปในสัตว์ จะเกิดสีน้ำเงินขึ้น ซึ่งเป็นสีของ indophenol blue ปฏิกิริยานี้ เรียกว่า nadi reaction ต่อมามีการศึกษาในพืชด้วย พบว่าเป็น intracellular enzyme เรียกว่า indophenol oxidase หรือ respiratory enzyme (cytochrome oxidase or cytochrome C oxidase) ซึ่ง cytochrome ชนิดนี้ประกอบด้วย cytochrome a และ a3 พบใน aerobic respiration bacteria รวมทั้งพวก enterobacteriaceae สำหรับพวก obligate anaerobic จะไม่มี cytochrome oxidase system จึงไม่สามารถเจริญในที่มี O2 ได้

#2 By กะทะเหล็ก on 2007-01-16 00:16

แสดงว่าถ้าเอา obligate anaerobe ไปทำ catalase test ก็จะได้ผล negative ด้วยใช่มั้ย...เข้าใจล่ะ...ขอบคุณค่ะ

จะไปหาหนังสือมาอ่านก็หาเวลาสะดวกๆไปคณะแพทย์ไม่ได้
ถึงเจอหนังสือก็อ่านยากเหลือเกิน
เปิดอ่านตามเน็ตก็อ่านไม่เข้าใจ...

สงสัยต้องรบกวนต่อไปอีกพักหนึ่งทีเดียว

#3 By kororo on 2007-01-16 16:51

ไม่เป็นไร ถ้าพี่มีข้อมูลก็จะบอกแล้วกันแต่ว่าเราอยู่ปีไรแล้วอะ

#4 By กะทะเหล็ก on 2007-01-16 19:58

อยู่ปี2แล้วค่ะ

#5 By kororo on 2007-01-20 23:56

ขอบคุณนะคะพอดีว่าsearchงานจะทำรีพอตการแยกเชื้อพอดีเลยค่ะดีใจจังที่ได้เจอหน้าเว็บนี้ค่ะ ขอบคุณนคะสำหรับความรู้ค่ะ แล้วจะเข้ามาอีกค่ะถ้ามีโอกาส

#6 By เมย์ (202.44.14.194 /10.7.2.241) on 2007-02-17 19:55

มีรูป การอ่านผล biochem ของเชื้อ Salmonella ในอาหาร TSI ,LIA ,MIL ,HE,XLD,BA หรือไม่ค่ะอยากได้ภาพสี
จะส่งไปที่ msonneur@yahoo.co.th ก้อได้น่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ

#7 By อ่อนเนื้อ (125.26.67.59) on 2007-10-13 08:28

พอดีเพิ่งเปิดมาเจออ่ะคับ เรียนจุลฯอุตสาหกรรมหัวเฉียว
คือมันเพิ่งเปิดได้2ปีอ่ะนะ เลยเข้ามาแนะนำตัวนิดนึง ในblog มีไรน่าสนใจเยอะเลย ไว้จาแวะเค้ามาอีกคับconfused smile

#8 By Micro_HCU#01 (122.154.3.252) on 2007-12-14 14:35

manital salt agar และ macconky agar ประกอบด้วยอะไรบ้างและใช้สำหรับเชื้อกลุ่มใดค่ะ

#9 By annycool (61.7.175.45) on 2007-12-14 18:48

พี่คะ หนูอยากรู้เรื่องนี้อีกโดยด่วนค่ะ ไม่แน่ใจว่าพี่จะมาเห็นข้อความนี้หรือเปล่า
แต่พอดีว่ากำลังเรียนเรื่องนี้อยู่พอดีอ่ะค่ะ
พี่ช่วย add mail ; soonyagaz@hotmail.com ด้วยได้มั้ยคะ
อยากถามเรื่องการทดสอบการเกิดเมแทบฯของแบคอ่ะค่ะ
คือว่า พยายามหาเมล์พี่ในหน้านี้แล้วไม่เจอ ไม่รู้จะเมล์หายังไง ...
รลกวนด้วยนะคะ

#10 By nutai (61.7.133.223) on 2007-12-15 01:49

หนูอยากได้เมล์พี่อะค่ะ เผื่อบางที่หนูไม่เข้าใจการบ้านค่ะ พี่ช่วยแอดมาหน่อยนะค่ะ shinchan075@hotmail.com
ตอนนี้หนูเรียนจุลชีววิทยาอยู่ค่ะ บางที่อาจแชร์ข้อมูลกันได้
ขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ

#11 By meme (222.123.20.74) on 2007-12-25 20:27

ดูเมลล์พี่ได้ที่ View my profile คับ..ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาในบล็อกคับ..sad smile question

#12 By กะทะเหล็ก on 2007-12-26 11:39

1.อยากได้ ข้อมูลวิธี การเก็บสิ่งส่งตรวจสำหรับ Anaerovic Becteria

2.อยากได้ข้อมูล วิธี การ Iden Yeast โดยเฉพาะ Candida ทุก Spp

#13 By Medcal Technology (161.200.255.162) on 2008-01-03 17:46

อยากทราบว่าเป็นแบคทีเรียชนิดไหน อะคะ เพราะตอนนี้ทำการหาunknowอยู่ค่ะ โดยมีผลคือ
ย้อมแกรมติดสีแกรมบวก
เป็น ture catalase
oxidase เป้นบวก
อะค่ะ ช่วยตอบด้วยนะค่ะนึกซะว่าเห็นใจ เด็กน้อยตัวดำๆๆ

doraemonok@hotmail.com

#14 By ry (158.108.227.24) on 2008-02-07 13:18

ต้องขออภัย..ที่ตอบช้านะคร้าบ..สำหรับคนที่ต้องการการ 1.อยากได้ ข้อมูลวิธี การเก็บสิ่งส่งตรวจสำหรับ Anaerovic Becteria

2.อยากได้ข้อมูล วิธี การ Iden Yeast โดยเฉพาะ Candida ทุก Spp

สำหรับ..1. นั้นตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลที่แน่นอนครับ พี่ว่าลองหาข้อมูลจากเนตก่อนดีกว่าครับ ..ไม่มีเวลาหาให้ครับ

ส่วนข้อ 2 นั้น พอจะมีข้อมูลอยู่บ้างต่อยังไม่ได้ไปดูในรายละเอียดว่าเป็นของ Candida รึเปล่านะ พอดีเรียนผ่านมานานละ..ถ้าตรงจะนำมาลงให้แล้วกัน..

ส่วนน้องที่ถาม เรื่อง อยากทราบว่าเป็นแบคทีเรียชนิดไหน อะคะ เพราะตอนนี้ทำการหาunknowอยู่ค่ะ
พี่ตอบเมลล์กลับไปแล้วนะครับ...คงต้องทำการทดสอบเพิ่มอีกเยอะอะ..หรือง่ายๆ ก็ใช้ชุด ทดสอบสำเร็จรูปเลยเร็วดี..


question question ก็จะพยายามช่วยเท่าที่ได้นะครับ..ถ้าใครรู้คำตอบก็ช่วยตอบกลับบ้างก็ดีนะครับ..ช่วยๆ กันไป..

#15 By กะทะเหล็ก on 2008-02-08 12:43

หวัดดีครับ
อยากถามเกณฑ์ ในการ subculture เชื้อ ครับ(กี่เดือนครั้ง)
S. aureua, S. albany,
S. epidermidis,E. coli,
P. aeruginosa, C. albican
ขอบคุณมากครับ

#16 By (202.28.62.245) on 2008-02-13 11:43

มันแล้วแต่วิธีในการเก็บเชื้อไม่ใช่หรือครับ..ว่าเก็บเชื้ออย่างไร..ถึงจะ subculture ครั้งหนึ่งอะครับ..เช่นเก็บในกลีซอรอล หรืออาหารแข็งอะ แต่ถ้าเชื่อต่างชนิดกันก็จะมีวิธีการและการ subculture ในระยะเวลาที่แตกต่างกันด้วย..ถ้าจะให้แน่นอนคงต้องให้พี่ๆนักจุล จากศูนย์จุลลินทรีย์ หรือผู้รู้ มาเป็นผู้ตอบละครับ..question

#17 By กะทะเหล็ก on 2008-02-13 12:32

รบกวนสอบถามเรื่องเกี่ยวกับ
สาเหตุที่ทำให้แบคทีเรียบางตัวเป็น saprophyte แต่บางชนิดเป็นสาเหตุการเกิดโรค ทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้นคะ อะไรเป็นมูลเหตุ

#18 By ying (158.108.2.6) on 2008-03-06 09:18

ในการทำอนุกรมวิธานเชื้อแบคทีเรียในระดับที่ต่ำกว่า species มันมีหลายระบบอย่าง subsp., strian ,isolate ,biovar ,pathovar แล้วทำไมเขาไม่ใช่ระบบใดระบบหนึ่งไปเลยละค่ะ สงสัยมากมายคะembarrassed

#19 By * * (158.108.2.6) on 2008-03-06 09:24

ในการรจำแนกที่เป็น Subsp., Biovar ,pathovar ,strain ,isolate มันมีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไรคะ

#20 By ying (158.108.2.6) on 2008-03-06 09:27

มีข้อมูลการIdentify เชื้อราหรือเปล่าค่ะ

#21 By (61.7.142.151) on 2008-03-17 00:46

ผมไม่มีข้อมูลIdentify เชื้อรา ครับ..ถ้าใครมีก็ส่งมาก้ได้ครับเดี๋ยวจะเอาลงให้ครับ..sad smile

#22 By กะทะเหล็ก on 2008-03-17 21:04

หวัดดีค่ะ

คือพอดีตอนนี้เรียนซํมเมอร์เกี่ยวกันmicrobiology public health อยู่น่ะคะ เลยอยากข้อมูลเกี่ยวกับ MSA,DNA agar,novobiocin sensitivity และ MPA coliform พอจะมีข้อมูลเกี่ยวกับพวกนี้ไหมคะ? ถ้ามีบอกหน่อยนะคะ อยากได้ข้อมูลไปทำรายงานอ่ะค่ะ

#23 By dake mfu (202.28.47.11) on 2008-05-02 11:52

คือตอนนี้กำลังหาข้อมูลในการทำวิจัย อยากทราบวิธีการหาค่า biosurfactant และ lipase activity ช่วยตอบหน่อยนะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ

#24 By nipa เด็กจุล (58.147.73.3) on 2008-05-08 13:48

^
^
^
คนด้านบน ยังงัยก็แอดเมลล์มาคุยกันดีกว่านะครับ..หรือไปทิ้งไว้ใน http://moomsabuy.exteen.com/20080213/by จะดีมากเลยครับ..ทำความรู้จักกันก่อน..แล้วจะแอดไปครับopen-mounthed smile ขอความร่วมมือหน่อยนะครับ..

#25 By กะทะเหล็ก on 2008-05-08 18:15

E mail; nipa_nonglo@hotmail.com ทิ้งเมลล์ไว้ให้แล้วนะคะ ขอความช่วยเหลือเรื่องการหาค่า biosurfactant และ lipase activity ด้วยนะคะ *0* ขอคุณมากๆนะคะ

#26 By noonoi (222.123.212.88) on 2008-05-09 17:57

อยากทราบเรื่องการตรึงเซลล์โดยใช้ ไคโตซาน ตอบด้วยนะคะ ขอบคุณค่า

#27 By 11111 (222.123.212.88) on 2008-05-09 17:59

อยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับ API 20E testกับAPI 20A test.ใครทราบขัอมูลช่วยตอบด้วย

#28 By i don't know (222.123.23.247) on 2008-05-21 23:00

#29 By (203.157.48.252) on 2009-04-22 16:52

ต้องการหาแผนฝังการทำ biochem test หาจากไหนดี ต้องการใช้ด่วนเลย จะtest Pseudomonas

#30 By เด็กชีววิทยาประยุกต์ (202.12.73.20) on 2009-07-02 15:38

ขอเมลล์พี่ได้ป่าวช่วยแอดมาให้หน่อย numod157@hotmail.com

#31 By เด็กชีววิทยาประยุกต์ (202.12.73.20) on 2009-07-02 15:44

เราเรียนปีสองอ่ะ
แอดมาได้น่ะ
mangmo_55@hotmail.com

#32 By (158.108.92.30) on 2009-07-18 14:56

#33 By ntlrmmc. (203.172.162.226) on 2009-09-04 15:03

มีข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อ lactococcus ws,

#34 By (118.173.136.108) on 2009-09-13 12:57

Very nice site!

#35 By optryiir (211.115.185.53) on 2009-10-07 03:48