โคมไฟ..แสงสีแห่งคืนวันลอยกระทง...
ค่ำคืนวันลอยกระทง ปี 2552 ที่ผ่านมา ได้มีโอกาศไปถ่ายรูปเล่นที่จังหวัดพะเยาครับ... งานลอยกระทง แต่ไม่ได้ลอยกระทงเลย....
ยังงัยก็ช่วยแนะนำติชม เต็มที่เลยครับ......หรือเข้าไปในบ้านอีกหลังได้นะครับ....www.moomsabuy.multiply.com
ไม่ได้โพสมานานมาก..แล้ว เกือบ 2 ปีเห็นจะได้...ช่วงนี้มัวแต่ถ่ายรูปกับทำงาน..เลยไม่ค่อยว่างเลย....
แล้วจะนำภาพมาให้ชมเรื่อยๆ แล้วกันนะคร้าบ...
สวัดดีกันอีกรอบครับ...ไม่ได้อัพข้อมูลที่นี่มานานแล้วเนื้องจากย้าย ไปทำเว็บ www.moomsci.com มา...ไม่ได้ลืมคนที่นี่นะครับ...เหตุที่ย้ายก็เพราะว่าจะได้ดำเนินการได้สะดวกกว่า..ถ้าใครว่างก็แวะเข้าไปเยี่ยมเยียนได้นะคร้าบ.....
มาครั้งนี้อาภาพถ่ายมาให้ชมกันครับ...ถ่ายมาไม่นาน..ซึ่งภาพอาจยังไม่สอยถูกใจเท่าไหร่ ก้ขออภัยไว้ก่อนนะคร้าบ...
แล้วจะเอามาให้ชมอีกเรื่อยๆ นะคร้าบ...ไปชมกันเลยแล้วกันนะครับ...ขอเปิดด้วยภาพที่สะพานพุทธ ครับ..
01

02
03
04
05
06
07
08 ตั้งชื่อภาพว่า ...รอ... ครับ...
09 ตั้งชื่อภาพว่า .... 2 เรา....
10
แค่นี้ก่อนนะคร้าบ...ภาพอาจจะเล็กไปถ้าใครต้องการดูภาพใหญ่ๆ ก็ตามไปที่เว็บผมได้นะคร้าบ...
ไว้จะเอามาลงให้ดูกันอีกนะคร้าบ..ชอบไม่ชอบภาพไหนก็ติชมได้เลยครับ..
edit @ 22 Feb 2009 14:07:31 by กะทะเหล็ก
ได้ทำการย้ายเว็บไปที่ www.moomsci.com นะครับ
ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้อาหารหมักของไทยหลายชนิดเช่น แหนม ไส้กรอกเปรี้ยว และ ปลาร้า มีการผลิตในระดับอุตสาหกรรมทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่สามารถก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนหลายสิบล้านบาทต่อปี แต่อย่างไรก็ตามยังมีอาหารหมักหลายชนิดที่ได้กล่าวมานั้นมีการผลิตโดยอาศัยความชำนาญ และอาศัยจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในธรรมชาติ หรือจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในวัตถุดิบเป็นเชื้อเริ่มต้น ดังนั้นจึงพบปัญหาในเรื่องการใช้ระยะเวลานานในการผลิต ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีคุณภาพไม่คงที่ และพบการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการในผลิตภัณฑ์
ดังนั้นสถาบันทางการศึกษาและหน่วยงานของรัฐจึงได้ทำศึกษาวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาต่างที่ได้กล่าวมาในเบื้องต้น โดยมีแนวทางงานวิจัยที่สามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่
1.การศึกษาวิจัยเพื่อเรียนรู้วิธีการดั้งเดิมใช้ในการทำอาหารหมักแต่ละชนิด
2 การศึกษาวิจัยเพื่อปรับปรุงคุณภาพ และกระบวนการผลิต
3. การศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์
ซึ่งในแต่ละส่วนนั้นมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1.การศึกษาวิจัยเพื่อเรียนรู้วิธีการดั้งเดิมใช้ในการทำอาหารหมักแต่ละชนิด (ในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย) โดยมีจุดประสงค์ดังนี้
- เพื่อการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นทางการทำด้านอาหารหมัก
- เพื่อที่จะทำให้ทราบถึง วิธีการทำ ชนิด และประเภทของอาหารที่ใช้ ในการทำรวมถึงส่วนประกอบอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อทำให้ทราบว่า วิธีการทำ ชนิดและประเภทของอาหารที่ใช้ รวมถึงเครื่องเทศ เหล่านั้นมีผลต่อการคัดเลือกจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดอาหารหมักได้อย่างไร
- เพื่อที่จะทำให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงแต่ละขั้นตอนของอาหาร และขั้นตอนใดในกระบวนการผลิตว่ามีจุลินทรีย์ชนิดใดที่เป็นจุลินทรีย์หลัก
2. การศึกษาวิจัยเพื่อปรับปรุงคุณภาพ และกระบวนการผลิต โดยมีจุดประสงค์ดังนี้
- เพื่อลดระยะเวลาในการผลิต
- เพื่อการผลิตในปริมาณมาก
- เพื่อควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้คงที่และได้ตามมาตรฐานที่กำหนด
ซึ่งการศึกษาวิจัยเพื่อปรับปรุงคุณภาพ และกระบวนผลิตสามารถทำได้ 2 แนวทางได้แก่ การปรับปรุงด้านจุลินทรีย์ และการปรับปรุงกระบวนการผลิต โดยมีกระบวนการทำงานวิจัยที่แตกต่างกันออกไปคือ
- การปรับปรุงทางด้านจุลินทรีย์: มีงานวิจัยที่มุ่งเน้นในด้านต่างๆดังนี้
การคัดเลือกสายพันธุ์จุลินทรีย์, การปรับปรุงสายพันธุ์จุลินทรีย์, การใช้เชื้อบริสุทธิ์เป็นกล้าเชื้อในการหมัก และ การผลิตกล้าเชื้อเพื่อใช้ในระดับอุตสาหกรรม
- ปรับปรุงกระบวนการผลิต: มีงานวิจัยที่มุ่งเน้นในด้านต่างๆดังนี้
การประยุกต์ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีในระดับอุตสาหกรรมช่วยในการผลิต, การควบคุมสภาวะในการหมัก, การคัดเลือกชนิดและคุณภาพวัตถุดิบ และ การหาวัตถุดิบราคาถูกทดแทน
3. การศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ในส่วนนี้มีจุดประสงค์หลักคือเพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ และการยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีด้วยกันได้แก่
- การพัฒนาด้าน กลิ่น รส และเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์-
- การเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับผลิตภัณฑ์
- การหาวิธียืดอายุ/การเก็บรักษาอาหาร-
- การพัฒนาด้านระบบความปลอดภัยของอาหาร
- การปรับปรุงภาชนะบรรจุ หีบห่อ
จากที่ได้กล่าวมานั้นถ้าทำการตรวจสอบเอกสารจะพบว่ามีงานวิจัยเกี่ยวกับอาหารหมักของประเทศไทยในด้านต่างๆ ในจากสถาบันการศึกษา และจากหน่วยงานต่างๆที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับประเทศ และต่างประเทศเป็นจำนวนมาก แต่ในขณะที่ชนิด/จำนวนอาหารหมักของประเทศไทยที่ได้รับการพัฒนาในด้านกระบวนการผลิต ความเป็นมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ความเป็นที่รู้จัก และในด้านการยอมรับ ทั้งในระดับประเทศและสากลยังมีน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนงานวิจัย ซึ่งคงจะต้องอาศัยหน่วยงานของรัฐร่วมกับสถาบันการศึกษาที่รวบรวมและถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆที่ได้จากด้านงานวิจัยให้กับภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ที่ได้นั้นในการแกไขและพัฒนาอาหารหมักของไทยในระดับอุตสากรรมต่อไป
เอกสารอ้างอิง
1. สรุปสาระสําคัญนโยบายและแนวทางการวิจัยของชาติ ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2545-2549) สํ านักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
2. ประสงค์สม ปุณยอุปพัทธ์, อดิศร เสวตวัฒน์ และวราวุฒิ ครูส่ง หลักการปฏิบัติที่ดีในการ ผลิตอาหารหมักพื้นบ้านไทย วารสารเกษตรพระจอมเกล้า คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ปีที่ 20 ฉบับที่ 3
3. นภา โล่ห์ทอง “กล้าเชื้ออาหารหมักและเทคโนโลยีการผลิต” ฟันนี่ พับบลิชชิ่ง,กรุงเทพฯ, 159 น.
Website อ้างอิง
1. http://www.nrct.net/index.php/member/transporent/modules.php?op=modload&name =Sections&file=index&req=viewarticle&artid=18&page=1 ภาพรวมการวิจัยของประเทศในช่วงปี 2540 – 2542 access date : 03/01/2008
------------------------------------------------------------
เรียบเรียงโดย ผศ.ดร.ประสงค์สม ปุณยอุปพัทธ์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ที่มา http://www.foodsciencetoday.com/viewContent.php?content=textword&id=64
edit @ 1 Jul 2008 08:42:47 by กะทะเหล็ก
edit @ 29 Aug 2008 08:41:36 by กะทะเหล็ก